แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โรคหัวใจ ป้องกันได้ด้วย LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)


โรคหัวใจ ที่อาการผิดปกติที่หัวใจที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน อาการผิดปกติของร่างกาย ที่บ่งชี้ว่าอาจเป็น โรคหัวใจ พบบ่อยในคนทั่วไป ที่คิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี ทั้งที่ความจริงอาจเป็นโรคหัวใจในระยะแรกเริ่ม มีดังนี้
            1. เหนื่อยเวลาออกกําลังกาย เพราะหัวใจทําหน้าที่ในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขณะที่เราออกกําลังกาย หัวใจจะทํางานหนักมากขึ้น ปกติเวลาที่เราออกกำลังกายไปถึงระดับหนึ่งจะรู้สึกเหนื่อย แต่ในรายของคนที่มีอาการเริ่มต้นของ โรคหัวใจ แม้ออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย จะรู้สึกเหนื่อยผิดปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นหากออกกำลังกาย แล้วรู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า คุณอาจเป็น โรคหัวใจ
            2. เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก มักพบบ่อยในคนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ อาการดังกล่าวจะมีลักษณะเฉพาะคือ รู้สึกเหมือนหายใจอึดอัด และแน่นบริเวณกลางหน้าอก เหมือนมีของหนักทับอยู่ หรือรัดไว้ให้ขยายตัวเวลาหายใจ โดยมากอาการนี้ จะแสดงออกเวลาที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย หรือใช้แรงมากๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า อาจเป็น โรคหัวใจ
            3. ภาวะหัวใจล้มเหลว เกิดจากการที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างของร่างกายได้อย่างเพียงพอ โดยผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเหนื่อย ทั้งที่ออกกำลังกายเพียงนิดหน่อย หรือเหนื่อยทั้งที่นั่งอยู่เฉยๆ ในกรณีที่เป็นมาก อาจทำให้ไม่สามารถนอนราบได้เหมือนปกติ เพราะจะรู้สึกเหนื่อยเวลาหายใจ และอึดอัดตรงหน้าอก นอกจากนั้น อาจมีอาการหอบจนต้องตื่นขึ้นมาหอบกลางดึกอีกด้วย อาการภาวะหัวใจล้มเหลวนี้ หากไม่รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
           4. ใจสั่นและหัวใจเต้นผิดจังหว ปกติหัวใจของเราจะเต้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอประมาณ 60 -100 ครั้ง/นาที แต่สำหรับคนที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจขยับไปถึง150 -250 ครั้ง/นาที ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่ทัน
            5. เป็นลมหมดสติ คืออีกหนึ่งอาการที่เตือนว่าคุณอาจเป็น โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นลมหมดสติสูง เนื่องจากจังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ เพราะเซลล์ซึ่งทำหน้าที่ให้จังหวะไฟฟ้าในหัวใจเสื่อมสภาพ ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลง และส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จนทำให้เป็นลมไปชั่วคราวได้ ทั้งนี้ การเป็นลมหมดสติ มักจะเกิดในท่ายืนมากกว่านั่ง ทำให้ขณะล้มลงศีรษะมีโอกาสฟาดพื้น และเกิดการกระทบกระเทือนต่อสมองได้มากกว่า ดังนั้น ใครที่เป็นลมบ่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็น โรคหัวใจ ได้
            6. หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ในกรณีนี้มักเกิดจากความผิดปกติของเซลล์หัวใจโดยตรง และมักเกิดกับคนปกติที่ไม่มีอาการของ โรคหัวใจ มาก่อนล่วงหน้า ซึ่งหากมีอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือที่รวดเร็ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้



 โรคหัวใจ ที่นอกจากความผิดปกติชนิดเฉียบพลันแล้ว อาการบ่งชี้ที่สังเกตได้จากร่างกายของเราเอง ก็เป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่เตือนให้รู้ว่า คุณอาจเป็น โรคหัวใจ และควรไปพบแพทย์โดยด่วนได้เช่นกัน เช่น
            1. ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อกดดูแล้วมีรอยบุ๋มตามนิ้วที่กดลงไป ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คโดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า เวลานี้คุณอาจอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลวโดยที่ไม่รู้ตัว 
            2. ปลายมือ ปลายเท้า และริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ อาการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทางเดินของเลือดในหัวใจห้องขวากับห้องซ้ายมีการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการผสมของเลือดแดงกับเลือดดํา และทําให้ปริมาณของออกซิเจนในเลือดมีปริมาณน้อยลง



            โรคหัวใจ อาการผิดปกติที่ตรวจพบ
           การไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพประจำปี เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถคาดคะเนความเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจ ได้ เช่น ตรวจเลือดแล้วพบว่าเป็นเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง ก็อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบได้เช่นกัน หรือเอ็กซเรย์แล้วพบว่า ขนาดของหัวใจโตกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว และกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวอ่อนกำลังลง ทำให้ห้องต่างๆ ของหัวใจขยายขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงสูง ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
       สำหรับคนที่หัวใจยังเป็นปกติ ขอแนะนำในการดูแลหัวใจ (ก่อนสายเกินไป)
          1. สังเกตความผิดปกติของตัวเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่น ดูว่าอัตราการเต้นของหัวใจปกติดีหรือไม่ เจ็บหน้าอก ใจสั่นบ่อยๆ หรือเปล่า 
                  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สุขภาพจิตแจ่มใสแล้ว ยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้นอีกด้วย
            3. ดูแลสุขภาพใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ พยายามไม่เครียด รู้จักควบคุมอารมณ์ และพึงระลึกไว้เสมอว่า ความเครียดและความโกรธ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หัวใจเต้นแรง และทำงานหนักขึ้น
           4. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยงดอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบได้ง่าย และหันไปกินผักผลไม้ให้มากขึ้น

           5. กินผลิตภัณฑ์ที่มี เลซิติน เพื่อช่วยบำรุงรักษาหัวใจ 

     ปัจจุบัน Lecithin อยู่ใน LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)

    LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้
    1.เลซิติน ช่วยควบคุมระดับครอเลสเตอรอล ช่วยให้เซลตับมีการเผาผลาญไขมันในตับและเสริมส้รางความจำ
   2.อินโนซิทอล บำรุงและเสริมสร้างการทำงานกระบวนการเมตาบอริซึ่มในร่างกาย
   3.เบต้ากลูแคน ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
วิธีรับประทาน  รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหาร

         เลขที่ อ.ย. 13-1-02950-1-0023
         ดูข้อมูลที่     http://lecithinplusmir.blogspot.com    
         ขนาดและราคา   1 ขวด 30 แคปซูล ราคา 360 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
         สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    ID Line : weerachaicoffee    
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com



อินโนซิทอลในLECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)

    อินโนซิทอล บำรุงและเสริมสร้างการทำงานกระบวนการเมตาบอริซึ่มในร่างกาย
    อินโนซิทอลทำงานใกล้เคียงกับโคลีน และมีสรรพคุณในการช่วยร่างกายผลิตเลซิติน สมองต้องการสารนี้ เพื่อให้การส่งผ่านกระแสประสาทหลายส่วนเป็นไปอย่างถูกต้อง รวมถึงสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นตัวนำส่งกระแสประสาทจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง และช่วยควบคุมระดับอินโนซิทอลไม่ให้มากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ 



       อินโนซิทอลอาจมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยด้วยโรคเส้นประสาทเหตุเบาหวาน, มีอาการอันเนื่องมาจาก ความบกพร่องในการขนถ่ายไขมัน และกระบวนการเผาผลาญ, โรคแพนิค, คอเรสเตอรอลสูง, โรคนอนไม่หลับ, โรคมะเร็ง, โรคซึมเศร้า, โรคจิตเภท, โรคอัลไซม์เมอร์, โรคสมาธิสั้น (ADHD), โรคออทิสซึม, ผู้อยู่ระหว่างการรักษา ผลข้างเคียงจากการใช้ยาลิเธียม และช่วยในการงอกของเส้นผม, อาการอันเนื่องมาจากรังไข่ทำงานไม่เป็นปกติ, โรคความดันโลหิตสูง, ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง, อาการปวดขาเป็นระยะ, คอเลสเตอรอลสูง, โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ และโรคเรย์โนด์
   อิโนซิทอล (Inositol) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จัดอยู่ในกลุ่มของ วิตามินบีรวม โดยมีบทบาทสำคัญในระบบประสาท โดยให้พลังแก่เซลล์สมอง ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอล อิโนซิทอล นั้นมีหน่วยเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.) เมื่อรวมตัวกับ โคลีน จะกลายเป็น เลซิติน



     สำหรับแหล่งที่พบอิโนซิทอลตามธรรมชาติ ได้แก่ ตับ สมองและหัวใจวัว จมูกข้าวสาลี กากน้ำตาล ถั่วลิสง ถั่วลิมาแห้ง ลูกเกด แคนตาลูป เกรปฟรุต กะหล่ำปลี บริเวอร์ยีสต์ เป็นต้น
     โรคจากการขาดอิโนซิทอล ได้แก่ โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเอ็กซีมา (Eczema) โดยมีลักษณะอาการคือ บวมแดง คัน ผิวหนังลอกเป็นขุย , ท้องผูกได้ง่าย เนื่องจากการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวลำไส้จะทำงานผิดปกติ จึงทำอาหารให้ตกค้างในลำไส้ใหญ่ หรืออาจเกิดความผิดปกติในดวงตา เช่น ตาบอดกลางคืน ต้อกระจก ต้อหิน และการมองเห็นผิดปกติได้ หรืออาจเกิดภาวะผมร่วงได้ หรืออาจเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน หรือเกิดการแข็งตัวของผนังเส้นเลือดได้ และอาจเกิดภาวะเสื่อมและอักเสบของปลายประสาท ทำให้มีอาการชา หรือปวดร้อนตามปลายมือปลายเท้าได้
        ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ในยังไม่มีรายงานว่าเกิดอันตรายต่อร่างกาย หากรับประทานในปริมาณมากติดต่อกัน และศัตรูของอิโนซิทอล ได้แก่ น้ำ กาแฟ แอลกอฮอล์ กระบวนการแปรรูปอาหาร ยาในกลุ่มซัลฟา และฮอร์โมนเอสโตรเจน

    ประโยชน์ของอินโนซิทอล

1.   อิโนซิทอลช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน
2.   ป้องกันการหลุดล่วงของเส้นผม ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง
3.   ช่วยป้องกันผื่นผิวหนังอักเสบเอ็กซีมา
4.   ช่วยปรับการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย
5.   ทำให้รู้สึกสงบ ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล
6.   สามารถช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้
7.   ช่วยป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
8.   ช่วยฟื้นฟูอวัยวะต่างๆของผู้ป่วยเบาหวานให้ดีขึ้น

     ปัจจุบัน อินโนซิทอล อยู่ใน LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)
    LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้
    1.เลซิติน ช่วยควบคุมระดับครอเลสเตอรอล ช่วยให้เซลตับมีการเผาผลาญไขมันในตับและเสริมส้รางความจำ
   2.อินโนซิทอล บำรุงและเสริมสร้างการทำงานกระบวนการเมตาบอริซึ่มในร่างกาย
   3.เบต้ากลูแคน ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
วิธีรับประทาน  รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหาร
         เลขที่ อ.ย. 13-1-02950-1-0023
         ดูข้อมูลที่     http://lecithinplusmir.blogspot.com    
         ขนาดและราคา   1 ขวด 30 แคปซูล ราคา 360 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
         สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    ID Line : weerachaicoffee    
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com



วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของ เบต้ากลูแคน ใน LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)

เบต้ากลูแคน(Beta Glucan) เป็นอาหารเสริม ที่รับประทานแล้วช่วยให้หลายคนรอดชีวิตจากโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคปอด ซีสต์ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ตับอักเสบ เชื้อรา แผลผ่าตัด ปอดบวม โรคSLE หรือโรคพุ่มพวง โรคเก๊าท์ โรคปวดเข่า ปวดข้อ รูมาตอยด์ โรคริดสีดวง งูสวัสดิ์ สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ ไมเกรน
       เบต้ากลูแคน 1,3/1,6 ชนิดเข้มข้น เป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ได้จากการนำยีสต์ มาทำการเพาะเลี้ยง ด้วยสารอาหารพิเศษ เพื่อเพิ่มคุณภาพ แล้วนำผนังเซลล์ของยีสต์นั้น มาสกัดด้วยระบบ ไบโอนาโนเทคโนโลยี จึงได้เบต้ากลูแคนโมเลกุลเล็กมาก ระดับนาโนที่เข้มข้น ชนิด 1,3/1,6 ซึ่งให้ประโยชน์โดยตรงกับเซลล์


     เบต้ากลูแคน ได้มีการศึกษาครั้งแรกในทศวรรษที่ 40 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ดร.หลุยส์ พิวลีเมอร์ โดยทั่วไปเราสามารถพบเบต้า-กลูแคนได้จากวัตถุดิบในอาหารหลายชนิด ได้แก่ ธัญพืช เช่น ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโพด ยังพบใน เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พืชตระกูลเห็ด เช่น เห็ดหลินจือ และ ยีสต์
      โครงสร้างของเบต้า-กลูแคนชนิดต่างๆ ที่ พบในอาหารหลายชนิดนั้น มีรูปแบบโครงสร้างการจับเกาะเรียงตัวของโมเลกุลแตกต่างกันไป สำหรับ เบต้า-กลูแคนจาก ยีสต์ เท่านั้น ที่จะอยู่ในรูป เบต้า1,3/1,6 กลูแคน ซึ่งเป็นโครงสร้างคล้ายตะขอ ทำให้สามารถเกาะจับล็อกเข้ากับเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันได้ดีกว่ารูปแบบอื่นๆ จึงมีผลให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
       เบต้ากลูแคน สามารถยึดจับได้ดีกับเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น แมคโครฟาจ เอ็นเคเซลล์ และนิวโทรฟิล เป็นต้น จึงส่งผลต่อการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บน โลกยุคปัจจุบัน มนุษย์เราต้องเผชิญกับปัญหาด้านมลภาวะ สารเคมีต่างๆ ยาฆ่าแมลง เชื้อโรคใหม่ๆ รวมถึง ความเครียด การขาดสารอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย และ อายุที่มากขึ้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแต่มีผลทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องหรือลดลง ในขณะเดียวกันก็ทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลงเช่นกัน ดังนั้นการรับประทานเบต้าจี จึงเป็นอีกทางเลือก
   

ประโยชน์ของ เบต้ากลูแคน ชนิด 1,3/1,6 ต่อร่างกาย"
    1.ช่วยต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุของเนื้อร้าย(มะเร็ง)
    2.ลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด การฉายแสง
    3.ช่วยปรับระดับการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกาย
    4.กระตุ้นการทำงานของเซลแมคโครฟาจในระบบภูมิต้านทานโรค
    5.ปรับการทำงานของภูมิต้านทานที่ผิดปกติ เช่นภูมิแพ้ โรคSLE
    6.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพของตับอ่อน
    7.ดูดซับไขมัน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
    8.ลดอาการปวดตามข้อ ไขข้ออักเสบ
    9.ลดอาการอักเสบจากการติดเชื้อแทรกซ้อน
  10.เป็นตัวดีทอกซ์ประสิทธิภาพสูงมาก สามารถทำได้ถึงระดับเซลล์
  11.เป็นใยอาหาร ช่วยในระบบขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก
  12.ป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด ลดการอักเสบ
  13.ลดอาการแพ้ สมานแผลสด เรื้อรัง รอยไหม้ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
  14.รักษาความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว ลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ

        ปัจจุบันเบต้ากลูแคน มีอยู่ใน  LECITHIN PLUS(เลซิติน พลัส)
LECITHIN PLUS ผลิตภัณฑ์บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ ควบคุมระดับคอเรสเตอรอล

        วิธีรับประทาน  รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหาร
         เลขที่ อ.ย. 13-1-02950-1-0023
         ดูข้อมูลที่     http://lecithinplusmir.blogspot.com    
         ขนาดและราคา   1 ขวด 30 แคปซูล ราคา 360 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
         สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    ID Line : weerachaicoffee    
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com